แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Mr.Lamyai

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 »
1
ท่องราตรีลำพูน / ร้าน TheRoom ลำพูน
« เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 03:17:49 pm »
ร้านนี้บรรยากาศจะออกแนวนั่งดื่มดนตรีเพราะๆ สบายๆเป็นกันเอง มีแบบ in door และ แบบ out door ให้ท่านเลือกนั่งจิบ เบียร์เย็นๆ กับพนักงานเสริฟน้องๆ สาวสวยน่ารักขี้เล่นเอาใจเก่ง ไว้เป็นเพื่อนคุณยามราตรี 

ร้านจะอยู่เลยตลาดสันป่าฝ้ายตรงกันข้ามกับทางเข้านิคมอุตสาหกรรม




















2

รู้ตัวมือโพสต์ภาพนร.นู้ด เร่งล่าตัวดำเนินคดี

 รู้ตัวมือโพสต์รูปนักเรียนนู้ดลงเฟซบุ๊ก เผยถูกสังคมรุมประณามจนต้องลบทิ้งเอง ด้านไอซีทีเร่งตามล่าตัวดำเนินคดี หวั่นกระทบภาพลักษณ์หญิงไทย

จากกรณีภาพ 7 นักเรียนประพฤติตัวไม่เหมาะสม ถอดเสื้อโพสต์ท่าหวามโชว์ใน "เฟซบุ๊ค" เผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ตกระหึ่มซึ่งผู้คนเห็นภาพแล้วแสนสลดหดหู่ใจ จนสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ออกโรงให้ไอซีทีตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าวนั้น  ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (17 ม.ค.) น.ส. ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานว่า ขณะนี้ ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า Beer nirvana ได้ลบภาพ 7 นักเรียนหญิง แต่งกายไม่เหมาะสมออกจากเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว โดยภายในเพจเฟซบุ๊กของผู้โพสต์ มีผู้คนเข้ามาวิจารณ์ และรุมประณามถึงความไม่เหมาะสมของการนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่จำนวนมาก

ผอ.สำนัก เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาได้รับข้อมูลการเผยแพร่ภาพเด็กและเยาวชนโชว์สรีระตนเองในทางที่ไม่ เหมาะสมเว็บไซต์อีกมาก สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันเด็กใช้สื่อโดยขาดความระมัดระวัง ใช้ด้วยความคึกคะนอง เรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น เด็กที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้จัดเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงของสังคม อย่างไรก็ตามตนได้ประสานไปยังสายด่วน ศูนย์เสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการให้ตรวจสอบ รวมถึงให้สถาบันการศึกษาดูแลสอดส่องพฤติกรรมเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวเป็น พิเศษแล้ว ขณะเดียวกันทราบว่าทางกระทรวงไอซีทีก็ได้มีการตรวจสอบหาผู้กระทำความผิด อย่างเร่งด่วน

นายธนิต ประภาตนันท์ ผอ.สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการโพสต์ภาพไม่เหมาะสมของนักเรียนหญิง โดยเริ่มจากขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบ ไอเอสพี หรือ บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อน โดยจะขอความร่วมมือเบื้องต้นการพิจารณาเนื้อหาสาระของภาพที่โพสต์ขึ้น เฟซบุ๊ก จากนั้นจะขอความเห็นชอบจาก รมว.ไอซีที เพื่อส่งศาลวินิฉัยว่า การกระทำดังกล่าวมีความเสื่อมเสีย และผิดศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีของชาติหรือไม่ โดยพิจารณาจากเด็กผู้หญิงในภาพ ซึ่งเป็นกุลสตรีไทย เกิดความรู้สึกเลียนแบบเพื่อถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศีลธรรมเสื่อมทราม และทำให้มาตรฐานหญิงไทยตกต่ำลง หากพิจารณาว่ามีความผิด ก็จะดำเนินคดีแก่ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวเพื่อป้องปรามไม่ให้ผู้อื่นเอาเยี่ยง อย่าง

ด้านนางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ในงานประกาศยกย่องคนทำดี ในโครงการคนดี คิดดี สังคมดีว่า แม้ว่าปัจจุบันมีเด็กที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม แต่ก็ยังมีเด็กบางกลุ่มที่ยังมีค่านิยมที่ผิด ๆ และกล้าแสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้อง เด็กเหล่านี้อายุยังน้อยอาจลืมนึกไปว่า ภาพที่ถูกเผยแพร่จะติดตัวเขาไปตลอด ในอนาคตอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง ซึ่งตรงนี้หน้าที่ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม จะต้องชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จากการกระทำของเด็กที่จากการไตร่ตรองก่อนตัดสินใจทำ และสิ่งสำคัญที่สุดผู้ปกครองจะต้อง ให้ความใส่ใจอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำในเรื่องของความคิด และค่านิยมของเด็กๆ ด้วย

"ส่วนการ เตรียม ตัวตั้งรับกระแสนิยมของเด็กไทยนั้น จะต้องเร่งบูรณาการการทำงานปลูกฝังจิตสำนึกเด็กและเยาวชนในการแสดงออกในทาง ที่ถูกต้องและเหมาะสมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กให้มากขึ้น  เพราะว่านับวันสิ่งที่ปรากฎมีแต่เรื่องที่อันตรายเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตามวธ.ถือว่าเป็นหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น คงจะต้องบูรณาการร่วมกับหลายกระทรวง อย่างเช่นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงไอซีที เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคม"รมว.วัฒนธรรม กล่าว

ในวันเดียว กัน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)  เพื่อตรวจสอบถึงที่มาที่ไปว่าต้นตอคลิปปนักเรียนสาวโชว์นู๊ดมาจากที่ไหนและ ภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นเป็นภาพปัจจุบันหรือถ่ายเก็บไว้นานแล้ว และเด็กในภาพเป็นนักเรียนจากโรงเรียนใด เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป และเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่เพ่งเล็งความผิดไปที่นักเรียน แต่เราจะต้องปรับปรุงระบบการศึกษาใหม่ โดยเฉพาะระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เข้มข้นจะได้ไม่มีช่องว่างแบบนี้ เกิดขึ้น

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สพฐ.จะปรับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นระบบมากขึ้น  เพราะสพฐ.นอกจากจะดูเลเรื่องงานวิชาการแล้วยังมีภาระกิจดูแลนักเรียนไม่ว่า จะเป็นสวัสดิภาพ ความประพฤติ ความมีระเบียบวินัยโดยงานเหล่านี้มีภาระกิจกระจายอยู่หลายหน่วยงานใน สพฐ. ดังนั้นเพื่อให้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นระบบมากขึ้น สพฐ.จึงจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมสัมพันธ์ภาพระหว่างครูและนักเรียนขึ้น โดยหน่วยงานนี้จะทำหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติและระบบการดูแลช่วยเหลือนัก เรียน และขึ้นตรงกับเลขาธิการ กพฐ.เพื่อให้การทำงานกระชับฉับไว เพื่อลดสายการบังคับบัญชาให้สั้นลง ดังนั้นหากมีเรื่องความไม่เหมาะสมเกิดขึ้นกับนักเรียน จะมีหน่วยงานนี้ติดตามอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันจะต้องวางมาตรการป้องกันดูแลนักเรียนให้ใกล้ชิดมากขึ้นควบคู่กัน ไปด้วย

ข้อมูลโดย :   


3
ร้านอาหารลำพูน / บ้านสวนกาแฟสด
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2011, 04:41:23 pm »














ว่างๆจะมาลงรายละเอียดเพิ่มเติม

4
ร้านอาหารลำพูน / พาไปชิม โจ๊กเทคนิคลำพูน
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2011, 04:28:43 pm »
สถานที่ : อยู่ติดกับ วิลัยเทคนิคลำพูน

ถ้าพูดถึงโจ๊กหมูอร่อยๆ หลายคนคงจะไม่รู้จักร้านนี้ ร้านโจ๊กเทคนิค อาหารอร่อยทุกอย่างครับเพราะคัดแต่เครื่ีองปรุงคุณภาพแล้วสูตรลับ
เฉพาะที่ท่านท่านแล้วจะสามารถทราบได้เลย เพราะมีรสชาติพิเศษ










หน้าตาเมนูที่ผมชอบกินครับ ต้มยำซี่โครงซุปเปอร์แซป สั่งแล้วไม่ต้องปรุงอะไรอีกทานได้เลย



+ ข้าวสวยร้อนๆสุดยอดครับผม อร่อยมาก   ;) ;) ;) ;)

5
ร้าน : เมี่ยงปลาเผา
ตั้งอยู่ที่ : ถ้ามาทางป่าซางจะเลี้ยวเข้าบริเวณโค้งครูบา ร้านจะอยู่ติดๆกับกล้วยทอดโค้งครูบาเดิมซึ่งได้ย้ายมาอยู่ด้านใน
บรรยากาศ : ร่มรื่นนั่งเล่น สบายๆ อาหารมีให้เลือกมากมาย เจ้าของร้านใจดี อาหารอร่อยครับ



















6
คุณภาพภาพห่วยไปหน่อยนะครับกล้องมือถือ ครับกลางคืน




เริ่มต้นโดยการนัดพบกันที่ปั๊มปิโตนัส เหมืองง่าครับ


รอเพื่อนๆหน้า Coffee Blue กะจะภ่ายลงทีละคันแต่มันค่ำพอดี


 3 คันส่งตรงจากลำพูน เรียงจากคันแรก แชมป์ คันที่สอง ของคุณ เอ คันที่สาม ของคุณ ออส


แอบดูปั้นท้ายกันหน่อย


ดูภาพรวมบ้าง (แต่เสียดายถ่ายกลางคืนไม่ไหว จริงๆรถสวยมากๆนะครับ)






7
ใครมีภาพบรรยากาศสนุกๆ โพสแบ่งปันกันดูหน่อยนะครับ







8
อำเภอบ้านโฮ่งเชิญเที่ยวงานประเพณีแห่แค่หลวง ประจำปี 2554 7-8 พ.ย. นี้ที่ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่ง

นายชัยวัฒน์ ประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงกานต์ เปิดเผยว่า อำเภอบ้านโฮ่งได้กำหนดจัดงานประเพณีแห่แค่หลวงอำเภอบ้านโฮ่ง ประจำปี 2554 ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน ที่ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่ง เพื่อ การส่งเสริมเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของอำเภอบ้านโฮ่ง ให้คนรุ่นหลังได้ร่วมกันอนุรักษ์ พร้อมทั้งสืบสานประเพณีแห่แค่หลวงอำเภอบ้านโฮ่ง สืบต่อไป

ซึ่งภายในงานกำหนดจัดกิจกรรม การประกวดโคมลอย การประกวดตีกลองบูชา การแข่งขันทำลาบพื้นเมือง การแข่งขันส้มตำลีลา การประกวดตีกลองสะบัดชัย การประกวดทำแค่จำลอง การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การแข่งขันบอกไฟดอก นอกจากนั้นยังมีรำวงย้อนยุค และยังมีกาดมั่วครัวแลง ให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยกัน การแสดงบนเวที ชมขบวนแห่แค่หลวงของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการประกวดธิดาแค่หลวง พร้อมทั้งการจุดไฟแค่หลวงที่สวยสดงดงาม ตามประเพณีโบราณ อำเภอจึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมเที่ยวชมโดยทั่วกัน


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กล่าวถึง :
ประเพณีแห่แค่หลวงของ อำเภอ.บ้านโฮ่ง จังหวัด.ลำพูน 

ประเพณีแห่แค่หลวงของ อำเภอ.บ้านโฮ่ง จังหวัด.ลำพูน 




ยินดีต้อนรับสู่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน





ที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอ.บ้านโฮ่ง จังหวัด.ลำพูน




:ภาพจาก http://www.

ประเพณีแห่แค่หลวง ประจำปี พ.ศ.2551
สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน




:ภาพจาก http://www.
ขบวนแห่แค่หลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ.2551




:ภาพจาก http://www.

รถร่วมขบวนแห่แค่หลวง จาก วิทยาลัยการอาชีพบ้านโฮ่ง



ประเพณีแห่แค่หลวง

ประเพณีแห่แค่หลวงของจังหวัดลำพูน เป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดลำพูน โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในอำเภอบ้านโฮ่ง ซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญของอำเภอบ้านโฮ่งที่ว่า 

“ ถ้ำหลวงงดงาม ลือนามหอมกระเทียม 
ลำไยรสเยี่ยม พระเจ้าสะเลียมหวานเลิศล้ำ 
น้ำตกงามแท้ แค่หลวงงามตา 
บูชาพระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพระบาทสามยอด”

แค่หลวงงามตา หมายถึง ประเพณีการแห่แค่หลวง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน (อาจจะบอกได้ว่ามีแห่งเดียวในโลก)

คำว่า “แค่” เป็นภาษาพื้นบ้านล้านนาไทย (ยังไม่มีการควบกล้ำอักษร) มีลักษณะเป็นไม้มัดกำ ทำมาจากไม้ไผ่จักเป็นซี่ๆหรือไม้อย่างอื่นๆ ที่สามารถติดๆ ไฟได้ง่าย เป็นไม้แห้งๆนำมามัดเป็นกำรวมกัน ใหญ่กว่ากำมือเล็กน้อยยาวไม่เกิน ๑ เมตรหรือให้พอดีกับการถือ (คล้ายกับคำว่า “แคร่”ในพจนานุกรม หมายถึงที่นั่งหรือนอน มัดทำด้วยฟากหรือไม่ไผ่ซี่ๆ ถักติดกัน ฯลฯ)

ประโยชน์ ในการใช้สอยไม้แค่ เนื่องจากล้านนาสมัยโบราณ ไม่มีไฟฉายหรือตะเกียงตึงใช้ไม้แค่จุดไฟให้สว่างเพื่อส่องทางในเวลาค่ำคืน เหมือนไต้ไฟหรือคบเพลิง เมื่อยามเทศกาลลอยกระทงในเดือนยี่เป็ง ก็จะใช้ไม้แค่จุดไฟถวายเป็นพุทธบูชา

ในสมัยล้านนาโบราณ ชาวบ้านได้กำหนดให้มีพิธีการ แห่แค่ไปถวายพระสงฆ์ในวัดแล้วจุดถวายเป็นพุทธบูชา ในวันยี่เป็งหรือวันเพ็ญเดือนสิบสอง อันเป็นพิธีหนึ่งในวัดลอยกระทงกล่าวคือ ในตอนเช้าตรู่ของวันยี่เป็ง วัดทุกวัดจะมีการเทศน์มหาชาติ ตอนสายจะมีการทำบุญตักบาตรและในตอนกลางคืน ชาวบ้านจะจัดทำต้นแค่ โดยจะช่วยกันประดับตกแต่งด้วยโคมไฟหรือสิ่งต่างๆอย่างสวยงามแล้วตั้งขบวนแห่กันไปถวายพระสงฆ์ในวัดที่ตนศรัทธา ต่อจากนั้นก็จะจุดไฟที่ต้นแค่ให้ลุกสว่างไสวไปทั่วบริเวณวัด เพื่อเป็นพุทธบูชาแล้วจึงไปลอยกระทงเพื่อบูชาพระแม่คงคาและปล่อยเคราะห์กรรมต่างๆ ให้ล่องลอยไปตามแม่น้ำ

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมายาวนานประเพรีการจุดไม้แค่ก็ได้ถูกลืมเลือนไปในหลายที่หลายแห่งเพราะได้มีการนำเอาธูปเทียนหรือประทีปมาจุดแทน เนื่องจากหาซื้อได้งายและสะดวกกว่า แต่ชาวอำเภอบ้านโฮ่งได้เล็งเห็นความสำคัญจึงยังคงมีการสืบสาน และอนุรักษ์ประเพณีการจุดแค่เอาไว้ อย่างต่อเนื่องไม่ให้สูญหายไป ซี่งกล่าวกันว่าในอดีตกาล วัดดงฤาษี ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ของ อ.บ้านโฮ่ง มีฤาษีสองตนมาบำเพ็ญพรตอยู่ และความเชื่อกันว่า นอกจากจะจุดแค่เพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังจุดเพื่อบูชาพระฤาษีอีกด้วย

ในสมัยปัจจุบัน การจุดแค่ใน อ.บ้านโฮ่ง ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนอยม คือมีการจัดเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

รูปแบบที่ 1 ก่อนวันยี่เป็ง 1 วัน ชาวบ้านจะช่วยกันจัดทำต้นแค่ โดยตะประดับตกแต่งให้สวยงามแล้วของสูมาต้นแค่ แล้วจึงแห่ไปถวายพระสงฆ์ในวัดที่ตนศรัทธาหรือในบางแห่งก็จะมีการประกวดต้นแค่ด้วย

รูปแบบที่ 2 สภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านโฮ่งร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านโฮ่งเป็นหลัก องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรเอกชน หน่วยงานราชการต่างๆ องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานจัดงานประเพณีแห่แค่หลวง ประตำปี โดยมีกิจกรรมการประกวดต้นแค่หลวง (หลวง หมายถึง ใหญ่) ของหมู่บ้าน ตำบล หน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชนต่างๆ ซึ่งการประกวดนั้น มีการตัดสินในเรื่องรูปแบบขบวน นางงามแค่หลวง (ธิดาแค่หลวง) ความคิดสร้างสรรค์ คงวามสวยงาม ฯลฯ ตลอดจนจัดให้มีการประกวดอื่นๆ เพื่อความบันเทิงและรักษาวัฒนธรรมเช่น ประกวดร้องเพลง บอกไฟดอก กระทงประดิษฐ์ แค่จำลอง เจดีย์ทราย เป็นต้น

ประเพณีการแห่แค่หลวงเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าควรแก่การสืบทอดให้ชนรุ่นหลังต่อไป

(ที่มา : คณะกรรมการฝ่ายข้อมูล วิชาการงานแค่หลวง 2547 รวบรวมโดยนายสุวิช วงศ์ใหญ่ โรงเรียนบ้านโฮ่งศีลาภรณ์)


Source:http://i.lamphun.go.th/upload/Xls45/701.doc


ภาพประกอบ ประเพณีแห่แค่หลวง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
จาก taKHONG.com





การประดับตกแต่ง "แค่หลวง" 1.





การประดับตกแต่ง "แค่หลวง" 2.





การประดับตกแต่ง "แค่หลวง" 3.





นางงามแค่หลวง แห่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน





แห่นางงามแค่หลวง






ขบวนแห่ นางงามแค่หลวง





รำไฟ : บูชาไฟ ?





จุดไฟแค่หลวง 1.





จุดพลุ 1.





ขบวนธิดาแค่หลวง








ขอขอบคุณอีกครั้ง ภาพจาก http://www. และ taKHONG.com 
จาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=moonfleet&month=11-2009&date=20&group=137&gblog=2

9
ร้านอาหารลำพูน / พาไปกินที่ร้าน add up ลำพูนครับ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 04:26:08 pm »
สถานที่ : ร้านนี้อยู่ตรงข้างๆ กับศูนย์ท่องเที่ยวลำพูน หรือแยกออกซุปเปอร์ไฮเวย์ ร้านหาไม่ยาก ครับ
การบริการ : ร้านนี้ถ้าใครชอบอาหารเมนูระดับภัตคาร ก็ไม่ควรพลาด เพราะมีเมนูให้เลือกมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่บ้านๆไปจนถึงเมนูหายาก ทางร้านบริการ
แอร์เย็นเฉียบด้านในนะครับ จะมีแอร์ไม่ตำกว่า 4 ตัวไว้บริการ ถ้าท่านชอบทานเค็ก ทางร้านเค้าก็มีบริการไว้พร้อมเลยครับ

เว็บไซต์ร้าน : http://www.adduplamphun.com






10
โรงเรียนบ้านปางสวรรค์ จ.นครสวรรค์ และโรงเรียนบ้านดอยคำ จ.ลำพูน สองโรงเรียนต้นแบบทรูปลูกปัญญา

 

โรงเรียนบ้านปางสวรรค์ อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ และโรงเรียนบ้านดอยคำ อ.แม่ทา จ.ลำพูน สองโรงเรียนต้นแบบของทรูปลูกปัญญาประจำปี 2552 และ 2553 ตามลำดับ นำโรงเรียนเข้ารับการประเมินศักยภาพการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มาตรฐานโรงเรียนพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2553   

โดยโรงเรียนบ้านปางสวรรค์ ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดับประถมศึกษาขนาดกลาง ส่วนโรงเรียนบ้านดอยคำได้รับรางวัล โรงเรียนพระราชทาน ระดับประถมศึกษาขนาดเล็ก  ทั้งนี้หนึ่งในการประเมินและชี้วัดโรงเรียนพระราชทานคือ การผลิต การใช้ และพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โดยทั้งสองโรงเรียนสามารถบูรณาการสื่อเข้ากับการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ระบบ ICT อย่างครบวงจร ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และใช้สื่อจัดการเรียนการสอนพัฒนาการเรียนรู้ของทั้งคุณครูและนักเรียน ตลอดจนสามารถสร้างสรรค์ผลงานจากการเรียนรู้จากสื่อต่างๆได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่อง

?การที่เราได้รับสื่อหลากหลายรูปแบบจากทรูปลูกปัญญาและสามารถใช้สื่อเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเกณฑ์ชี้วัดอีกข้อหนึ่งที่ ที่ทำให้โรงเรียนของเราได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นโรงเรียนพระราชทาน ที่สำคัญนักเรียนของเรามีความรู้เพิ่มมากขึ้น สนุกกับการเรียนมากขึ้น และเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียนรู้ผ่านสื่อของทรูจะเป็นพื้นฐานให้นักเรียนของเราสามารถนำไปต่อยอด ในการศึกษาระดับที่สูงขึ้น ถือเป็นความภูมิใจอย่างแท้จริงของโรงเรียนและคณาจารย์ทุกคน? นางสาว ชญาภา หวลหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางสวรรค์ กล่าว

นายวรเชษฐ์ จันทร์ภิรมย์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยคำ จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ?โรงเรียนของเรามีการใช้ระบบไอทีมาช่วยการพัฒนาการเรียนการสอนอยู่แล้ว ซึ่งการได้รับสื่อการเรียนรู้จากทรูปลูกปัญญาก็ยิ่งช่วยสร้างเสริมศักยภาพของนักเรียนมากขึ้น นักเรียนของเราได้ใช้สื่อต่างๆ ของทรูปลูกปัญญา พัฒนาตนเอง และสร้างเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ และยังสามารถเข้าแข่งขันการใช้สื่อไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือการสร้างสื่อมัลติมีเดียในระดับพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับชาติอีกด้วย?

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ. ทรูวิชั่นส์
และรับผิดชอบสายงานกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม กลุ่มบริษัท ทรู กล่าวเสริมว่า ?นับเป็นความภูมิใจอย่างสูงสุดที่ โครงการทรูปลูกปัญญามีส่วนช่วยพัฒนาการศึกษาให้กับทั้งสองโรงเรียน ความสำเร็จของทั้งสองโรงเรียนสะท้อนถึงวัตถุประสงค์ของโครงการทรูปลูกปัญญา ที่ไม่เพียงมุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความสุขกับการเรียนรู้ แต่ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนอีกด้วย และขอแสดงความยินดีกับทั้งสองโรงเรียนที่ได้รับรางวัลสำคัญครั้งนี้?

ผลสำเร็จของทั้งสองโรงเรียนยังสอดคล้องกับผลการสำรวจของศาสตราจารย์ ดร.สุวิมล  ว่องวาณิช ศาสตราจารย์ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิจัยการศึกษาแบบบูรณาการ กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาการศึกษา   ซึ่งได้ดำเนินการประเมินผลโครงการทรู
ปลูกปัญญา เมื่อปี 2553 ซึ่งพบว่า นักเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการเรียนปกติ อีกทั้งรับวิธีการสอนที่แปลกใหม่ ทันสมัย รวมถึงเนื้อหาสาระที่น่าสนใจและมีประโยชน์ทำให้นักเรียนให้ความสนใจการเรียนมากขึ้นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยจากผลการประเมินพบว่า

? ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบการเรียนการสอนของครูเพิ่มขึ้น    30%
? ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้น          29% 
? ความสนใจในการเรียนเพิ่มขึ้น                      31%
? ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรียนเพิ่มขึ้น         28%
? การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพขึ้น           29%
? ความสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีด้วยความมั่นใจเพิ่มขึ้น         26%
? ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการศึกษาของโรงเรียนเพิ่มขึ้น       32%

โครงการทรูปลูกปัญญา เกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ด้วยความมุ่งมั่นในการที่จะปลูกความรู้ ปลูกความดี และปลูกใจรักสิ่งแวดล้อม ให้กับเด็ก เยาวชน และคนไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาชาติ  โดยมีโครงการเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้สู่โรงเรียนทั่วประเทศ เป็นโครงการหลักเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ที่ยั่งยืน และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติต่อไป  โดยขณะนี้ได้มอบให้กับโรงเรียนแล้วทั้งสิ้น 3,000 โรงเรียน และจะครบ 3,500 โรงเรียนในปี 2554 นี้ โดยมีเป้าหมายดำเนินการให้ครบ 10,000 โรงเรียนในอนาคต

 


ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม ทรู คอร์ปอเรชั่นส์
นนทนดา ชูลซ์
โทร.  0-2615-9778 โทรสาร  0-2615-9768

11
คณะสงฆ์ลำพูนนำถุงยังชีพกว่า3พันไปเหนือตอนล่าง   
17 ตค. 2554 10:33 น.
เมื่อเวลา 07.00 น.ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน คณะสงฆ์ จ.ลำพูน นำข้าวสารอาหารแห้งที่ศรัทธาพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญในวันออกพรรษาและจากการบิณฑบาตร จำนวน 2,000 ชุด ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนำเครื่องอุปโภคบริโภค กว่า 400 ชุด และ เทศบาลตำบลอุโมงค์ อ.เมือง นำเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ชุด มาร่วมปล่อยคาราวานเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยจุดแรกนำไปช่วย เหลือผู้ประสบภัยที่วัดท่าหลวง จ.พิจิตร
จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้ ทางเทศบาลตำบลอุโมงค์ยังได้รวบรวมเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากราษฎร ตำบลอุโมงค์ จำนวน 50,000 บาท โดยบริจาคผ่านบัญชีของสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 40,000 บาท และมอบเงินสด จำนวน 10,000 บาท ให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดด้วย
พระราชปัญญาโมลี เจ้าคณะ จ.ลำพูน กล่าวว่า การนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ มีคณะเดินทางไป 200 คน จุดแรกนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดท่าหลวง จ.พิจิตร ครึ่งหนึ่ง และนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.นครสวรรค์อีกครึ่งหนึ่ง เป็นการร่วมมือกันจากหลายฝ่ายทั้งคณะสงฆ์ทั่ว จ.ลำพูน ศรัทธาพุทธศาสนิกชน เหล่ากาชาด จ.ลำพูน และเทศบาลตำบลอุโมงค์

12
ร้านอยู่ตรงข้ามศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง โรงพยาบาลลำพูน
(หลังบุญยิ่งเก่า)

13

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=mxX7SRuU0ho" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=mxX7SRuU0ho</a>

 :o :o :o คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

14
ร้านอยู่บริเวณสะพานดำนะครับจะมีซอยเข้าไปอีกที

15
 เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว
       
       วันนี้ (12 ต.ค.) หลังได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ในซอยบ้านเพลง ถ.เวียงละกอน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ให้เร่งมาที่เกิดเหตุด่วน เนื่องเกรงจะมีการใช้อาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ชีพเทศบาลนครลำปาง จึงเร่งมาที่เกิดเหตุ พบชายสวมเสื้อสีเทาเข้ม สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ครึ่งนอนครึ่งนั่ง พิงกระจกร้านสะดวกซื้อ หน้าปากซอย สภาพอิดโรย มีเลือดไหลทะลักบริเวณหัวไหล่ซ้าย เมื่อเจ้าหน้ากู้ชีพมาถึง ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่า ถูกแทงด้วยของมีคม จำนวน 3 แห่ง คือบริเวณหัวไหล่ซ้าย 1 แผล สะบักหลังซ้าย อีก 2 แผล จึงรีบนำส่ง รพ.ศูนย์ลำปาง ทันที โดยที่เกิดเหตุพบมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม ตกอยู่บริเวณพื้นถนน
       
       จากการสอบถามผู้บาดเจ็บ คือ นายอรรถกฤษณ์ จันทร์ต๊ะะดุก อายุ 39 ปี เล่าพอจับใจความได้ว่า เป็นคนจังหวัดลำพูน ทำงานเป็น SALE เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบโปรโมชัน คือ เดินทางไปทุกจังหวัดทางภาคเหนือ โดยอยู่ประจำจังหวัดละ 3 เดือน และได้มาประจำที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำในจังหวัดลำปาง ต่อมาได้รู้จักกับ นางญานิดา แซ่ตัน จนตนเองได้เลิกกับภรรยาและทิ้งลูกๆ มาอยู่ด้วย
       
       ต่อมาในระยะหลังมักมีเรื่องราวเกี่ยวกับการหึงหวงหนักขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้ (12 ต.ค.) ตนขับรถมาจอดรอ นางญานิดา หน้าร้านสะดวกซื้อหน้าซอยดังกล่าว เพราะรู้ว่า นางญานิดา พักอยู่หอพักบริเวณนั้น เมื่อ นางญานิดา มาถึงบริเวณเกิดเหตุ ตนได้เรียกขึ้นรถยนต์ที่ขับมา จากนั้นก็คุยกัน แต่ตกลงกันไม่ได้ จนกระทั่งมีการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น ซึ่งตนเองจำได้ว่าได้ใช้เข่าตีนางญานิดา ครั้งหนึ่ง นางญานิดา ก็ได้ใช้มีดพกแทงสวนมา และได้ขับรถยนต์ของตนเอง หมายเลขทะเบียน ผฉ 6540 เชียงใหม่ ออกไป โดยตนเองพยายามที่จะใช้ก้อนหินทุบกระจก เพื่อหยุดรถ แต่ไม่เป็นผล จากนั้นคนเจ็บไม่สามารถเล่าต่อได้ เพราะต้องนำส่งโรงพยาบาล
       
       ต่อมา ร.ต.อ.ประภากร ทะชมภู พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมือง ลำปาง ที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจุดแรก ได้รับแจ้งเหตุอีกว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขับพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างถนนที่บริเวณแยกบุญถึง ถนนเดียวกันที่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนเสาไฟฟ้า ด้านหน้ากระบะยุบไปทั้งแถบ เสาไฟฟ้าเสียหาย และขณะที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก็ได้รับแจ้งทางวิทยุ ว่า คนขับคือ นางญานิดา ได้เดินทางไปมอบตัวที่สถานีตำรวจจราจรสบตุ๋ย ที่อยู่ใกล้เคียง
       
       สอบถาม นางญานิดา เล่าว่า ตนอายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/87 ถ.สันติราษฎร์ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี มาทำงานที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำปาง และได้มารู้จักรักใคร่กับ นายอรรถกฤษณ์ ซึ่งเป็นเซลส์แมนมาได้ประมาณ 3 เดือน แรกๆ ก็ดี ตอนหลังมีเรื่องราวทะเลากันตลอด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวง และ นายอรรถกฤษณ์ ชอบใช้กำลังซ้อมตนเองเสมอ เมื่อเดือนที่แล้วตนก็ยังได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ว่า ถูกนายอรรถกฤษณ์ ทำร้ายร่างกายมาแล้ว
       
       นางญานิดา ได้เล่าเหตุการณ์ต่อว่า ขณะออกมาทำงานพบ นายนายอรรถกฤษณ์ ดักรออยู่ และเมื่อขึ้นรถยนต์แล้ว นายอรรถกฤษณ์ ได้ขับรถเข้ามาในซอยและจอดรถไว้เกือบท้ายซอย แล้วมีการพุดคุยกันถึงเรื่องส่วนตัวที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคุยกันไม่รู้เรื่อง ตนเองจึงได้พยายามหนีลงจากรถยนต์ แต่ นายอรรถกฤษณ์ ได้ลงจากรถยนต์แล้วตรงเข้ามากระชากผมจนหน้าหงายหลัง จากนั้นได้ใช้เข่าตีกระทุ้งเข้าที่บริเวณท้อง 1 ครั้ง และผลักตนเองเข้าไปภายในรถ แต่ตนเองไม่ยินยอมจึงมีการต่อสู้ตบตีกันอย่างรุนแรงภายในรถยนต์ ซึ่งตนพยายามร้องให้คนช่วยด้วย
       
       และก่อนที่ตนเองจะทำร้ายนายอรรถกฤษณ์ นั้น นายอรรถกฤษณ์ ได้หยิบเนคไท ที่อยู่ในรถยนต์รัดคอตนเองอย่างจนหายใจไม่ออก ตนจึงรีบควานหาสิ่งของรอบตัวอย่างทุลักทุเลเพื่อเอาตัวรอด จนหยิบเอามีดที่ นายอรรถกฤษณ์ เอาไว้ในรถได้ พร้อมกระหน่ำแทงไปหลายครั้ง ทำให้ นายอรรถกฤษณ์ หยุดการรัดคอตน และหนีออกมานอกรถ
       
       จากนั้น ด้วยความกลัวตนเองได้ขึ้นรถยนต์อีกด้านรีบขับหนีออกมา แต่ นายอรรถกฤษณ์ วิ่งมาดักด้านข้างที่ตนขับ และใช้ก้อนหินทุบกระจกรถ ด้านข้างคนขับ แต่กระจกไม่แตก ซึ่งตนตกใจมาก จึงได้รีบขับรถออกมาอย่างเร็ว และไปชนกับรถรถเก๋งของ นายมานิตย์ เตชะปลูก อายุ 50 ปี ซึ่งกำลังขับรถมาทำงานเข้าอย่างจัง ด้วยความตกใจกลัวมาก ตนจึงขับรถไปด้วยความเร็วจนพุ่งไปชนกับชนกับต้นไม้ ข้างฟุตปาทบริเวณดังกล่าว และ นายมานิตย์ คู่กรณีที่ตามมาทันได้ช่วยเหลือตนเองพามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000130258

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 »
เพื่อนบ้าน :

Display Pagerank