หัวข้อ: จับกระแส แปรเปลี่ยน วิถีแห่งการปฎิบัติ พระอาจารย์ เทสก์ เกสรังสี  (อ่าน 1699 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


จับกระแส แปรเปลี่ยน วิถีแห่งการปฎิบัติ พระอาจารย์ เทสก์ เกสรังสี

ออฟไลน์ Mr.Lamyai

  • ทุกลมหายในอยู่ในลำพูน
  • ยามประจำบรอด
  • คนใหญ่หล่ะปูน
  • *****
  • กระทู้: 162
  • ความนิยม +2/-0
    • ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 03, 2011, 11:55:42 am »

หัวข้อ : จับกระแส แปรเปลี่ยน วิถีแห่งการปฎิบัติ พระอาจารย์ เทสก์ เกสรังสี แบ่งให้เพื่อนอ่าน = Share


วันที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7613 ข่าวสดรายวัน


จับกระแส แปรเปลี่ยน (81)

วิถีแห่งการปฎิบัติ พระอาจารย์ เทสก์ เกสรังสี
เสถียร จันทิมาธร



ต้องยอมรับว่า นับแต่พรรษา 16 ปีพ.ศ.2481 ระหว่างจำพรรษา ณ วัดบ้านหนองดู่ อำเภอปากช่อง จังหวัดลำพูน เป็นต้นมา สถานะของ พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เริ่มเปลี่ยน

เป็นการเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลสะเทือนนับจากเมื่อ ปีพ.ศ.2471

"บัดนี้ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่พร้อมด้วยสมุหเทศาภิบาลลงความเห็นว่า ถ้าได้ข้าพเจ้าออกมาช่วยแนะนำสั่งสอนสัตบุรุษพุทธบริษัทในบ้านเมืองนี้คงจะมีความเจริญขึ้น จึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานให้ข้าพเจ้ามีโอกาสออกมาช่วยแนะนำสั่งสอนเป็นครั้งคราว และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ข้าพเจ้าออกมาตามประสงค์ของเจ้าผู้ครองนครและสมุหเทศาภิบาล"

เป็นคำกล่าวของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เมื่อปี พ.ศ.2471

จากจุดนี้เองนำไปสู่การเดินทางไปยังนครเชียงใหม่และพำนักอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวง ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เมื่อปี พ.ศ.2472

เป็นการเดินทางไปพร้อมกับคณะของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์

จากนั้น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก็ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูวินัยธร ฐานานุกรมใน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์

จากนั้น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก็เป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงในปี พ.ศ.2475

น่าสนใจก็ตรงที่ในปี พ.ศ.2475 พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี จำพรรษา 10 อยู่ที่เสนาสนะอันต่อมา คือ วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา

ประสบการณ์ธรรมจากการปฏิบัติของ พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี คือ

"สติที่เราอบรมดีแล้วสงบอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นบางครั้งก็รวมเข้าภวังค์แล้วก็หายไปเลยเป็นเวลานานนับชั่วโมงก็มี แล้วไม่ทำให้เกิดปัญญาอะไรเลย"

ปัญหาก็คือ "เราพยายามแก้ด้วยตนเองแลให้ผู้อื่นช่วยแก้เป็นเวลานานก็ไม่เป็นผลสำเร็จ"

"มาคราวนี้เราแก้ได้ด้วยตนเอง นั่นคือ คอยจับจิตที่มันจะรวมเข้าเป็นภวังค์ซึ่งมีอาการเผลอๆ สติแล้วน้อมส่งไปยินดีในความสงบสุขจนเผลอสติ แล้วก็รวมเข้าสู่ภวังค์ เมื่อเราจับตรงที่มันกำลังเผลอๆ น้อมไปหาความสงบสุขอันละเอียดนั้น แล้วรีบตั้งสติให้แข็งแกร่ง ปรารภอารมณ์ที่หยาบๆ เพ่งพิจารณานอกๆ อย่าให้เข้าไปหาความสงบสุขได้ก็จะหายทันที"

"พูดง่ายๆ ว่า อย่าให้จิตรวมได้ ให้เพ่งพิจารณาอยู่เฉพาะกายนี้แห่งเดียว"

แม้จะแก้ได้ในระดับแน่นอนหนึ่ง กระนั้น ปัญหาอันตามมาคือ "เกิดความสงสัยในธรรมวินัยขึ้นมาว่า ความบริสุทธิ์มรรคผล นิพพาน อันสุดยอดในพุทธศาสนานี้เห็นจะไม่มีเสียแล้วกระมังคงจะเหลือแต่ฌานสมาบัติอันเป็นโลกีย์เท่านั้น"

ปมเงื่อนอยู่ตรงที่เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษา พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

คําชี้แนะจาก พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม คือ

"ให้พิจารณาอสุภะให้มาก เพ่งให้จนเป็นของเน่าเปื่อยแล้วสลายเป็นธาตุ 4 ในที่สุด"

"ก็เมื่อจิตมันวางรูปยังเหลือแต่นามแล้วจะกลับมายึดเอารูปอีก มันจะไม่เป็นของหยาบไปหรือ" เป็นเสียงท้วงจาก พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี

ก็กลายเป็นเรื่อง

"แหม ตอนนี้ท่านทำเสียงดังมาก หาว่าเราอวดมรรคอวดผลเอาเสียเลย ความจริง นับตั้งแต่ออกปฏิบัติมาเราไม่มีความชำนาญในการพิจารณาอสุภะจริงๆ อะไรๆ ก็กำหนดเอาที่จิตเลยโดยเข้าใจเอาเองว่ากิเลสเกิดที่จิต เมื่อจิตไม่ส่งส่ายวุ่นวายสงบดีแล้ว สิ่งอื่นใดๆ มันก็บริสุทธิ์ไปหมด

"เมื่อเราสอดแซกขึ้นด้วยความสงสัยเท่านั้นเป็นเหตุให้ท่านขึ้นเสียงดังตามอุดมคตินิสัยของท่านอย่างนั้นแล้วจะทำอย่างไร"

นี่คือ ความนึกคิดของ พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี สำแดงผ่าน "อัตตโนประวัติ"

"เราก็นึกขยิ่มอยู่ในใจแต่ผู้เดียว โดยคิดว่า มติของท่านทำไมไม่ตรงตามความคิดเห็นของเราเสียนี่กระไร เรื่องนี้อย่างไรเสียนอกจากท่านอาจารย์มั่นแล้วเราคงไม่มีที่พึ่งแน่

"แหม วันนั้น ใจเลยหมดที่พึ่งเอาเสียเลยจริงๆ ไม่มีความเยื่อใยอาลัยในหมู่คณะเสียเลย"

เพราะว่าเป้าหมายในทางความคิดของ พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จึงปี พ.ศ.2476 อันเป็นพรรษา 11 พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี จึงอำลาจากวัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา ไปปักหลักอยู่ที่วัดอรัญวาสี ท่าบ่อ หนองคาย

เมื่อออกพรรษาแล้วก็ปรารภและชักชวน ท่านอ่อนสี ออกเดินทางจากหนองคายไปยัง เวียงจันทน์ หลวงพระบาง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เชียงใหม่

จากปี พ.ศ.2476 ถึงปี พ.ศ.2481 พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี อยู่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง 5 ปี

จึงในปี พ.ศ.2481 นั้นเอง ก็ได้รับการขอร้องจาก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์) ครั้งเป็น พระญาณดิลก ซึ่งรักษาการที่วัดเจดีย์หลวง ให้เป็น "สมภาร"

พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี จึงเป็นสมภาร เจ้าอาวาสที่วัดหนองดู่ ลำพูน เมื่อปี 2481

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hOekF6TVRBMU5BPT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1TMHhNQzB3TXc9PQ==



 

เพื่อนบ้าน :

Display Pagerank