หัวข้อ: เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว  (อ่าน 2272 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว

ออฟไลน์ Mr.Lamyai

  • ทุกลมหายในอยู่ในลำพูน
  • ยามประจำบรอด
  • คนใหญ่หล่ะปูน
  • *****
  • กระทู้: 162
  • ความนิยม +2/-0
    • ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2011, 07:01:19 pm »

หัวข้อ : เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว แบ่งให้เพื่อนอ่าน = Share

 เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว
       
       วันนี้ (12 ต.ค.) หลังได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ในซอยบ้านเพลง ถ.เวียงละกอน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ให้เร่งมาที่เกิดเหตุด่วน เนื่องเกรงจะมีการใช้อาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ชีพเทศบาลนครลำปาง จึงเร่งมาที่เกิดเหตุ พบชายสวมเสื้อสีเทาเข้ม สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ครึ่งนอนครึ่งนั่ง พิงกระจกร้านสะดวกซื้อ หน้าปากซอย สภาพอิดโรย มีเลือดไหลทะลักบริเวณหัวไหล่ซ้าย เมื่อเจ้าหน้ากู้ชีพมาถึง ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่า ถูกแทงด้วยของมีคม จำนวน 3 แห่ง คือบริเวณหัวไหล่ซ้าย 1 แผล สะบักหลังซ้าย อีก 2 แผล จึงรีบนำส่ง รพ.ศูนย์ลำปาง ทันที โดยที่เกิดเหตุพบมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม ตกอยู่บริเวณพื้นถนน
       
       จากการสอบถามผู้บาดเจ็บ คือ นายอรรถกฤษณ์ จันทร์ต๊ะะดุก อายุ 39 ปี เล่าพอจับใจความได้ว่า เป็นคนจังหวัดลำพูน ทำงานเป็น SALE เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบโปรโมชัน คือ เดินทางไปทุกจังหวัดทางภาคเหนือ โดยอยู่ประจำจังหวัดละ 3 เดือน และได้มาประจำที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำในจังหวัดลำปาง ต่อมาได้รู้จักกับ นางญานิดา แซ่ตัน จนตนเองได้เลิกกับภรรยาและทิ้งลูกๆ มาอยู่ด้วย
       
       ต่อมาในระยะหลังมักมีเรื่องราวเกี่ยวกับการหึงหวงหนักขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้ (12 ต.ค.) ตนขับรถมาจอดรอ นางญานิดา หน้าร้านสะดวกซื้อหน้าซอยดังกล่าว เพราะรู้ว่า นางญานิดา พักอยู่หอพักบริเวณนั้น เมื่อ นางญานิดา มาถึงบริเวณเกิดเหตุ ตนได้เรียกขึ้นรถยนต์ที่ขับมา จากนั้นก็คุยกัน แต่ตกลงกันไม่ได้ จนกระทั่งมีการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น ซึ่งตนเองจำได้ว่าได้ใช้เข่าตีนางญานิดา ครั้งหนึ่ง นางญานิดา ก็ได้ใช้มีดพกแทงสวนมา และได้ขับรถยนต์ของตนเอง หมายเลขทะเบียน ผฉ 6540 เชียงใหม่ ออกไป โดยตนเองพยายามที่จะใช้ก้อนหินทุบกระจก เพื่อหยุดรถ แต่ไม่เป็นผล จากนั้นคนเจ็บไม่สามารถเล่าต่อได้ เพราะต้องนำส่งโรงพยาบาล
       
       ต่อมา ร.ต.อ.ประภากร ทะชมภู พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมือง ลำปาง ที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจุดแรก ได้รับแจ้งเหตุอีกว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขับพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างถนนที่บริเวณแยกบุญถึง ถนนเดียวกันที่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนเสาไฟฟ้า ด้านหน้ากระบะยุบไปทั้งแถบ เสาไฟฟ้าเสียหาย และขณะที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก็ได้รับแจ้งทางวิทยุ ว่า คนขับคือ นางญานิดา ได้เดินทางไปมอบตัวที่สถานีตำรวจจราจรสบตุ๋ย ที่อยู่ใกล้เคียง
       
       สอบถาม นางญานิดา เล่าว่า ตนอายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/87 ถ.สันติราษฎร์ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี มาทำงานที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำปาง และได้มารู้จักรักใคร่กับ นายอรรถกฤษณ์ ซึ่งเป็นเซลส์แมนมาได้ประมาณ 3 เดือน แรกๆ ก็ดี ตอนหลังมีเรื่องราวทะเลากันตลอด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวง และ นายอรรถกฤษณ์ ชอบใช้กำลังซ้อมตนเองเสมอ เมื่อเดือนที่แล้วตนก็ยังได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ว่า ถูกนายอรรถกฤษณ์ ทำร้ายร่างกายมาแล้ว
       
       นางญานิดา ได้เล่าเหตุการณ์ต่อว่า ขณะออกมาทำงานพบ นายนายอรรถกฤษณ์ ดักรออยู่ และเมื่อขึ้นรถยนต์แล้ว นายอรรถกฤษณ์ ได้ขับรถเข้ามาในซอยและจอดรถไว้เกือบท้ายซอย แล้วมีการพุดคุยกันถึงเรื่องส่วนตัวที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคุยกันไม่รู้เรื่อง ตนเองจึงได้พยายามหนีลงจากรถยนต์ แต่ นายอรรถกฤษณ์ ได้ลงจากรถยนต์แล้วตรงเข้ามากระชากผมจนหน้าหงายหลัง จากนั้นได้ใช้เข่าตีกระทุ้งเข้าที่บริเวณท้อง 1 ครั้ง และผลักตนเองเข้าไปภายในรถ แต่ตนเองไม่ยินยอมจึงมีการต่อสู้ตบตีกันอย่างรุนแรงภายในรถยนต์ ซึ่งตนพยายามร้องให้คนช่วยด้วย
       
       และก่อนที่ตนเองจะทำร้ายนายอรรถกฤษณ์ นั้น นายอรรถกฤษณ์ ได้หยิบเนคไท ที่อยู่ในรถยนต์รัดคอตนเองอย่างจนหายใจไม่ออก ตนจึงรีบควานหาสิ่งของรอบตัวอย่างทุลักทุเลเพื่อเอาตัวรอด จนหยิบเอามีดที่ นายอรรถกฤษณ์ เอาไว้ในรถได้ พร้อมกระหน่ำแทงไปหลายครั้ง ทำให้ นายอรรถกฤษณ์ หยุดการรัดคอตน และหนีออกมานอกรถ
       
       จากนั้น ด้วยความกลัวตนเองได้ขึ้นรถยนต์อีกด้านรีบขับหนีออกมา แต่ นายอรรถกฤษณ์ วิ่งมาดักด้านข้างที่ตนขับ และใช้ก้อนหินทุบกระจกรถ ด้านข้างคนขับ แต่กระจกไม่แตก ซึ่งตนตกใจมาก จึงได้รีบขับรถออกมาอย่างเร็ว และไปชนกับรถรถเก๋งของ นายมานิตย์ เตชะปลูก อายุ 50 ปี ซึ่งกำลังขับรถมาทำงานเข้าอย่างจัง ด้วยความตกใจกลัวมาก ตนจึงขับรถไปด้วยความเร็วจนพุ่งไปชนกับชนกับต้นไม้ ข้างฟุตปาทบริเวณดังกล่าว และ นายมานิตย์ คู่กรณีที่ตามมาทันได้ช่วยเหลือตนเองพามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000130258



Re: เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว

ออฟไลน์ welikepao

  • หล่ะอ่อนหล่ะปูน
  • *
  • กระทู้: 2
  • ความนิยม +0/-0
  • คณุกำลังอยู่ที่จังหวัดลำพูน
    • ดูรายละเอียด
    • แทงบอลออนไลน์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 24, 2014, 02:41:19 pm »
เรื่องจริงเหรอคะ

Re: เซลส์แมนทิ้งเมียมาหาแฟนสาวคนใหม่ แต่ไปไม่รอด ทะเลาะจนถูกแฟนสาวใช้มีดแทงเกือบดับ ก่อนเข้ามอบตัว

ออฟไลน์ Bentrage

  • หล่ะอ่อนหล่ะปูน
  • *
  • กระทู้: 2
  • ความนิยม +0/-0
  • คณุกำลังอยู่ที่จังหวัดลำพูน
    • ดูรายละเอียด
    • http://gclubsweet.wallinside.com/
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2016, 03:38:46 pm »
ต้องจริงอยู่แล้วครับ

 

เพื่อนบ้าน :

Display Pagerank